CLEAR YOUR VIEW
FULFILL YOUR VISION

CLEAR YOUR VIEW
FULFILL YOUR VISION

CLEAR YOUR VIEW
FULFILL YOUR VISION

Business Model Canvas LINE – Freemium Model

LINE กลายเป็นแอพพลิเคชั่นอันดับ 1 ของคนไทย และ ประเทศไทยติดอันดับการใช้แอพพลิเคชั่นนี้เป็นอันดับ 2 ของโลกไปแล้วรองจากญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ผลิตและเริ่มต้นใช้งาน ด้วยจำนวนผู้ใช้งานคนไทย 33 ล้านคนด้วยอัตราการเติบโตต่อปีที่สูงถึง 37.5%

LINE เริ่มเปิดให้ใช้บริการครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อเดือน มิถุนายน ปี 2554 และเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยจำนวนผู้ใช้งานมากถึง 50 ล้านคนภายในเวลาเพียงปีกว่า เท่านั้น ทั้งที่ Facebook และ Twitter กว่าจะมีผู้ใช้งานจำนวนเท่านี้ต้องใช้เวลาถึง 3 ปี

อะไรที่ทำให้ LINE ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามและมีที่ท่าว่าจะเติบโตต่อไปไม่หยุดจากแอพพลิเคชั่นเกี่ยวเนื่องใหม่ๆ ที่เราเห็นเพิ่มมาให้ได้เล่นกันเรื่อยๆ แล้วรายได้ของ LINE ที่เรา หรือ คนทั่วไปใช้ฟรีนั้นมาจากไหนบ้าง?

แผนภาพ Business Model Canvas ตอบโจทย์เหล่านี้ได้ชัดเจน และจากภาพรวมที่สื่อออกมาทำให้เราเห็นว่า LINE เป็นบริษัทที่ใช้ BMC ได้ในขั้นสูงสุด (BMC Level 3 : the invincible) คือมีการพัฒนาต่อเนื่องไม่หยุดแม้จะกำลังประสบความสำเร็จอย่างสูง

จริงๆ รูปแบบโมเดลธุรกิจของ LINE ในแง่ของกลุ่มลูกค้า (CS) นั้น ก็ คล้ายกับ Facebook
คือ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม

  1. คนทั่วไป
  2. ลูกค้าที่เป็นองค์กร
  3. คนที่ต้องการสร้างสติ๊กเกอร์หรือเกมส์ที่ต้องการสื่อผลงานของตัวเองผ่านไลน์

ส่วนที่ต่างกันกับ Facebook คือ คุณค่า (VP) ในส่วนที่ให้กับ กลุ่มลูกค้าที่เป็นองค์กร ที่ LINE ที่ให้องค์กรหรือบริษัทสามารถติดต่อสื่อสาร กับลูกค้าได้โดยตรง โดยได้รับการโต้ตอบตรงจากลูกค้าทันทีได้ด้วย
ในส่วนของรายได้ (R$) แน่นอนว่า สำหรับลูกทั่วไปๆอย่างเรา นั้น ใช้ฟรีกันอย่างสบายใจในเกือบทุกบริการ(Freemium) แต่ LINE ไปรับรายได้มหาศาลจากกลุ่มลูกค้าองค์กร ซึ่งถ้าเห็นราคาแว่บแรกก็คงรู้สึกได้ว่าสูงมาก

แต่ที่องค์กรต่างๆยอมจ่าย เพราะคุณค่า (VP) ชัดเจนที่ไลน์ให้ ในแง่ของปริมาณลูกค้าที่เข้าถึงสื่อซึ่งมีจำนวนมากแถมยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีกิจกรรมต่างๆที่ผู้ขายสามารถให้ลูกค้าได้โต้ตอบโดยตรงอีกด้วย

ถ้าคิดจากปัจจุบันที่ LINE มีผู้ใช้งานในไทยมากกว่า 33 ล้านคน และมีการส่งทั้งข้อความและสติ๊กเกอร์ถึงกันมากกว่า หมื่นล้านครั้งต่อวัน โอกาสที่ลูกค้าจะเห็นสินค้า และได้ร่วมกิจกรรมกับผู้ขายนั้น ดูจะมีมากกว่าสื่ออื่นๆ แบบเทียบไม่ได้

การสร้างความสัมพันธ์ (CR) ก็เป็นรูปแบบเดียวกับที่ทำให้ Facebook ประสบความสำเร็จมาก่อน คือการที่ทำให้ลูกค้าฝั่งคนทั่วไปได้รับบริการฟรี (Freemium) จะได้เข้ามาใช้กันเป็นจำนวนมาก และ ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้กลายเป็นลูกค้าขององค์กรที่เป็นลูกค้าจริงของทางบริษัท LINE เพราะสร้างรายได้มหาศาล

การสร้างความสัมพันธ์ (CR) หรือการทำให้ลูกค้าซื้อซ้ำหรือ เข้ามาใช้บริการ
สำหรับฝั่งลูกค้าทั่วไป เรียกว่าการสร้างผลกระทบต่อเนื่องในกลุ่มเครือข่ายเดียวกัน (Same network side effect) คือยิ่งเพื่อนใช้ คนรอบตัวก็ใช้แอพพลิเคชั่นนี้ในการติดต่อสื่อสารมากเท่าไรก็ยิ่งดึงให้คนใหม่ๆต้องเข้ามาใช้เพื่อให้ติดต่อกับผู้คนได้มากขึ้นเรื่อยๆเป็นทอดๆไปไม่สิ้นสุดตราบเท่าที่ทุกคนรอบตัวยังคงใช้มันอยู่

สำหรับฝั่งลูกค้าองค์กร เรียกว่าการสร้างผลกระทบไปอีกฟากของเครือข่าย (Cross network side effect) คือการทำให้ลูกค้าที่ใช้บริการกลุ่มใหญ่กลายไปเป็นลูกค้าของผู้ที่เป็นองค์กร หรือ ผู้ขายสินค้า เพราะงั้นผลก็ออกมาเหมือนกัน คือ LINE ไม่ต้องง้อฝั่งผู้ขายมากนัก แต่โชว์ตัวเลขให้ผู้ขายอยากเข้ามาขายสินค้าจากประโยชน์ของเครือข่ายผู้ใช้จำนวนมาหาศาลที่นับวันจะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนั่นเอง

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วมองเห็นภาพรวมธุรกิจของ LINE ว่า Business Model เค้าเป็นอย่างไรบ้างคะ?
LINE ช่างคิดได้ลึกซึ้ง และ พัฒนาต่อเนื่องไปไม่หยุดจริงๆ
แล้วธุรกิจคุณล่ะ??? จะดีไหมถ้าไม่ต้องง้อลูกค้า ไม่ว่าทางไหน แต่มีคนมาขอใช้บริการเราเองเพราะความคิดที่เชื่อมโยงครบถ้วน

เขียนมายาวละ ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ ทั้งหมดที่เล่าให้ฟังในหน้านี้เป็นเพียงส่วนหน้าบ้านที่เราเห็นกันของ LINE เท่านั้น ติดตามอ่านต่อ ไลน์ แอพพลิเคชั่นที่คนไทย ใช้งานเป็นอันดับ 2 ของโลก (ตอนที่ 2)—-กลยุทธเปลี่ยนพันธมิตรเป็นลูกค้า ที่จะเล่าต่อถึงฝั่งหลังบ้านของ Business Model Canvas ของ LINE กันนะคะ

ดาวน์โหลดฟรี
คู่มือการสร้างโมเดลธุรกิจ

ไอเดียต่อยอดธุรกิจ

Case Study

คอร์สประจำเดือน

ติดอาวุธธุรกิจด้วย BMC

เริ่มธุรกิจที่ใช่ ให้ไปรุ่ง

แชทสอบถาม

เรียนเพื่อเพิ่มยอดขายแบบด่วน 2020

รับฟรี!! คู่มือสร้างโมเดลธุรกิจสำหรับเจ้าของกิจการ

BMC Handbook

17123
17125
17129
17132
17131
Scroll to Top