ข้อคิดและสิ่งที่ประทับใจจากการเดินป่าดิบ 3 วัน

วันหยุดสงกรานต์ปีนี้ไม่ได้ไปไหน….แต่ว่าภาพในเฟสบุ๊คขึ้นมาว่าให้รำลึกเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

ลืมไปล่ะ ว่าเราเคยไปเดินป่าแบบที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะทำได้ คือ เดินขึ้นไปบนยอดสูงและกินอยู่บนนั้น 2 คืน …

 

ยอดเขาที่ไปเรียกว่า ยอดเขาหลวง ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 1,835 เมตร

ซึ่งการจะขึ้นไปบนยอดใช้เวลา 2 วัน และกลับลงมาอีก 1 วัน

แน่นอนล่ะว่า ทริปนี้เดินป่าของจริง แบบอุปกรณ์ครบแถมไม่ต้องอาบน้ำกันเลย!!

กลับจากเดินป่า 3 วัน….สิ่งที่ได้จากการอยู่กับธรรมชาติ(แท้ๆ) นั้นมีมากมาย

ทุกข้อน้ำเทียบกับเรื่องธุรกิจไว้ด้วย

ลองอ่านดูกันนะคะว่า คุณทำธุรกิจแบบนี้อยู่รึเปล่า?

 

1.การเลือกว่าอะไรคือสิ่งที่จำเป็นจริงๆ 

 เพราะเป็นทริปที่ต้องแบกของของตัวเองและช่วยแบ่งของกองกลาง จึงต้องเลือกของว่าอะไรคือสิ่งที่จำเป็นต้องใช้และไม่ใช้ เพื่อให้น้ำหนักที่ต้องแบกมันเบาที่สุดเท่าที่ทำได้

ในการทำธุรกิจก็เช่นกัน มีหลายส่วนที่ต้องเลือกทำ ถ้าเราทำเองทั้งหมด ก็คงจะทำให้การเดินทางของธุรกิจเราไปได้ช้าและไม่เติบโต การโฟกัสในส่วนที่จำเป็นก่อนสำคัญมาก

 2.ทุกอย่างอยู่ที่ใจ

เด็กเมืองตั้งแต่เกิดอย่างเรา การจะให้ไปเดินป่าดิบๆนี่สมองเต็มไปด้วยความกังวลเพราะนอกจะประสบการณ์ ในการเดินป่าแบบนี้จะไม่มีแล้วความทรงจำในการเดินป่าแบบธรรมดาที่เคยมีมันก็ไม่ค่อยดีเท่าไร เลยอยากก้าวข้ามจุดนั้นให้ได้ ก็รู้สึกแบบเดิมแหละ ว่าเราเดินช้าเหนื่อยง่าย แต่คราวนี้ตั้งใจจะเดินถึงยอดเขาละ ไม่ว่าใครเค้าจะมองยังไงก็จะทำสิ่งที่ตั้งใจ

—–ถ้าเทียบกับธุรกิจสิ่งที่ทุกคนที่มาเริ่มทำธุรกิจมีคือความกังวล แต่เลือกที่จะทำทั้งที่กังวล และไม่แน่ใจในอนาคต เพราะต้องการก้าวข้ามความทรงจำเดิมๆ ชีวิตเดิมๆ และไปสู่สิ่งใหม่ที่มีความหวังมากกว่า จิตใจที่แน่วแน่และจดจ่ออยู่กับเป้าหมายเท่านั้นที่จะทำให้เราฝ่าฟันอุปสรรคไปได้—–

3.การช่วยเหลือและ กำลังใจ 

น้ำถือว่าโชคดีนะ ที่เดินช้า เพราะทำให้ได้คุยกับคนที่เค้าพยายามาช่วยให้เราทำได้ ไม่ใช่แค่เดินจ่ำๆ ให้มันถึง ตั้งแต่เดินรอบแรกที่อาการว่าจะเป็นลม ก็ได้คนนำทางมาเดินคุยด้วยและช่วยแบกสัมภาระของน้ำด้วยล่ะ… (เค้าคงคิดว่าดีกว่าต้องแบกตัวน้ำถ้าน้ำเกิดเดินไม่รอดอ่ะนะ) ทำให้เข้าใจว่าชาวบ้านน่ะ เค้ามีความคิดดีๆที่จะอะไรให้ยั่งยืนแบบเข้ากับธรรมชาติ คนนำทางท่านนี้เล่าว่าเค้าทำสวนมังคุดส่งออก ซึ่งคนงานก็ไม่ต้องใช้เยอะ เพราะเค้าใช้วิธีให้คนต่างชาติมาเรียนรู้วิถีชีวิต

ฝรั่งที่มาทำงานอาสาในสวนเค้า นอกจากจะต้องทำงานทุกอย่างแล้ว ยังต้องช่วยบริจาคเงินเป็นค่าที่พักด้วย ฟังแล้วน่าสนุก นึกถึง คนไทย ดั่นด้นกันไปเก็บเบอรี่ที่สวีเดนไปเก็บองุ่นที่ฝรั่งเศส  คนต่างชาติเค้าก็ดั่นด้นมาเก็บมังคุดบ้านเราเหมือนกัน

—–การทำธุรกิจควรมีคอนเน็คชั่นที่ดี มีผู้เชี่ยวให้คำปรึกษาในด้านที่เราทำ และมีทีมงานสามารถช่วยเหลือและให้กำลังใจกันได้  ในยามที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังก็อย่าลืมที่จะมองมุมใหม่และหาแง่ดีของสิ่งใกล้ตัว—–

4.ทุกคนมีระยะก้าวเดินและพักต่างกัน

เมื่อก่อนเคยรู้สึกว่าไม่อยากเดินป่าเพราะถูกเพื่อนทิ้ง แต่คราวนี้ทำใจไว้แล้ว เลยเห็นมุมที่ต่างออกไป พอเราเริ่มเดินได้ แต่เพื่อนข้างหน้าเหนื่อย เราก็รู้สึกได้ว่าถ้าเราหยุดตรงนั้นเราคงไม่อยากเดินต่อแน่ เราก็เดินต่อไปตอนเรามีแรง ในทางกลับกัน ถ้าเราเหนื่อยบ้างเราก็เดินช้าลง ก็ปล่อยให้คนอื่นเค้าเดินนำไปตามจังหวะเค้าดีกว่า เราก็สำเร็จได้ในแบบของเรา คนอื่นเค้าก็สำเร็จได้ในแบบของเค้า ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องไปอิจฉาใคร

—–ในสนามธุรกิจย่อมต้องมีคู่แข่ง มีการแข่งขันที่เราเองก็รับรู้ได้ แต่แทนที่จะไปสนใจเรื่องของคู่แข่ง หันมาสนใจที่จะพัฒนาธุรกิจตัวเองให้ดีขึ้นดีกว่า ทำธุรกิจแบบที่เข้าใจตัวเอง รู้จุดแข็งของตัวเอง จุดไหนที่ไม่ใช่ทางก็อย่าฝืนเดินไป เพราะแทนที่จะถึงเส้นชัยในแบบของตัวเองอย่างสบายใจ อาจเหนื่อยขาดใจและล้มเลิกไปซะก่อน—–

“เราอาจถึงช้า แต่เราก็ถึงได้เหมือนกัน

จากไดอารี่ประสบการณ์การเดินป่าเทือกเขาคีรีวงศ์จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 57

โดย น้ำใส

ดาวน์โหลดฟรี
คู่มือการสร้างโมเดลธุรกิจ

ไอเดียต่อยอดธุรกิจ

Case Study

คอร์สประจำเดือน

ติดอาวุธธุรกิจด้วย BMC

เริ่มธุรกิจที่ใช่ ให้ไปรุ่ง

แชทสอบถาม

Scroll to Top