3 ขั้นตอน ในการเริ่มใช้ BMC อย่างง่ายๆ และ ได้ผล!

สวัสดีค่ะ,
 

ขอบคุณที่ดาวโหลด BMC Tool ซึ่งเป็นแผนภาพที่ทางเว็บเราทำจำลองมาจากต้นแบบที่เป็นภาษาอังกฤษของผู้เขียนหนังสือ Business Model Generation

เข้าใจว่าน่าจะเปิดดูแล้ว และไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนก่อนดี
วันนี้มาลองใช้แผนภาพ Business Model Canvas ด้วยกันดีกว่า!
กับ 3 ขั้นตอนต่อไปนี้…
 
ขั้นตอนที่ 1)
เริ่มจากเขียน ชื่อสินค้าและบริการคุณที่ช่องแรกเลยค่ะ
 
 
2) เสร็จแล้ว เขียนบรรยายคร่าวๆ ถึงสินค้าและบริการของคุณว่าคืออะไร ใช้เพื่ออะไร ที่ช่องสี่เหลี่ยมถัดมา…. ทำให้คำอธิบายสั้นและเรียบง่ายที่สุด  ไม่ควรเกิน 1 บรรทัด …ถ้าเหลือ 1 ประโยคได้จะยิ่งดีมาก!
แล้วก็ลงวันที่ทำไว้ด้วยก็ดีนะคะ
 
 
3) เริ่มคิดจากช่องแรก CS-Customer Segment หรือ การแบ่งกลุ่มลูกค้า
ทำไมถึงต้องเป็นช่องนี้ล่ะ?
เพื่อตอบคำถามนี้ แนะนำให้ดูวีดีโอคลิปนี้
———————
———————-
 
คราวนี้ ถ้าเป็นเราบ้างล่ะ เราจะแบ่งกลุ่มลูกค้าอย่างไร?
ปัญหาที่มีทั้งคนที่ทำธุรกิจอยู่แล้วกับคนที่เริ่มต้นทำธุรกิจ
คือมักจะบอกว่า ลูกค้าเราเป็นใครก็ได้ ถ้าคำตอบออกมาแบบนั้น
สำหรับคนทำธุรกิจมานานแล้ว แปลว่า คุณอาจจะยังทำฐานข้อมูลลูกค้าได้ไม่ละเอียดพอ
สำหรับคนที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจกิจ แปลว่า คุณอาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า
ใครกันแน่ที่จะจ่ายเงินเพื่อสินค้าและบริการของคุณได้มากกว่าแค่คนทั่วไป?
——–
การแก้ปัญหา ด้านบนก็ง่ายมากค่ะ
 
☆ สำหรับท่านที่ทำธุรกิจแล้ว ☆
 
  • ลองกลับไปจัดระเบียบฐานข้อมูล ลูกค้า แล้วแบ่งกลุ่มดูค่ะ
  • ดูว่ากลุ่มไหนมีการสั่งซื้ออย่างไร ผ่านช่องทางไหน ซื้อสินค้า/บริการอะไร ปริมาณการซื้อแต่ละครั้งเป็นเท่าไร
  • หาความต่างและความเหมือนของเค้าเหล่านั้นแล้วแยกออกมาให้ได้ว่า ใครคือ ลูกค้า 20% ที่ทำให้คุณมีรายได้ถึง 80%  แล้วความคิดในการทำธุรกิจของคุณกับเขาเหล่านั้นจะเปลี่ยนไป
 
☆ สำหรับท่านที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจ/เริ่มต้นธุรกิจใหม่ ☆
 
  • ลูกค้ากลุ่มที่คุณอยากให้ซื้อสินค้า/บริการมีใครบ้าง?
  • กลุ่มไหนมีพฤติกรรมในการซื้อเหมือนหรือต่างกันอย่างไร?
  • ลองคิดดีๆ ว่าอะไรทำให้พวกเขาซื้อ?
 
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เรามาดูกันค่ะว่า ถ้า BMC Thailand ทำแผนภาพ 3 ขั้นตอน ออกมาเป็นอย่างไร….ตามรูปด้านล่างนี้เลยค่ะ
 
มาดูกันว่า ลูกค้าทั้ง 4 กลุ่ม แตกต่างกันอย่างไร??
 
1.ผู้ที่ทำธุรกิจมานานและมีแผนจะปรับเปลี่ยนกิจการให้แข่งขันได้มากขึ้น หรือ ขยายกิจการไปสู่ตลาดใหม่ๆ —- กลุ่มนี้ต้องการคนที่มีประสบการณ์มาช่วยให้คำปรึกษา เพราะผ่านการลองผิดลองถูกด้วยตัวเองมาเยอะแล้ว และ มีสินค้าหรือบริการที่จะทำต่อที่ชัดเจน
2.เจ้าของกิจการที่กำลังจะทำธุรกิจใหม่-— หลายครั้งเราพบว่า นักธุรกิจมักจะมีการสร้างธุรกิจใหม่ๆอยู่เสมอ แต่ในการเริ่มใหม่นั้น ประสบการณ์ที่เคยมีจากธุรกิจเดิมมักจะใช้ไม่ได้ พวกเขาจึงต้องการคนที่จะมาให้มุมมองใหม่ และ ทำให้เห็นทิศทางว่าควรจะเลือกทำและไม่ทำอะไร เพื่อให้แผนการเป็นไปได้เร็วขึ้น
3.คนที่สนใจจะเริ่มทำธุรกิจ— กลุ่มนี้เป็นกลุ่มท่ีคนจัดสัมมนารักมาก เพราะเป็นช่วงที่ต้องการเรียนรู้หลายๆอย่างก่อนจะไปลงมือทำจริง ถึงแม้กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่เรียนเยอะที่สุด แต่กลับเป็นกลุ่มที่มีโอกาสไปลงมือทำจริงน้อยสุด หรือ อาจไม่ได้ไปลงมือทำเลยทันที และ เลือกที่จะเรียนเพื่อ ‘รู้’ ต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าจะค้นพบจริงๆ ว่าอยากทำอะไร
4.องค์กรที่ต้องการพัฒนาสินค้าใหม่—  กลุ่มนี้แตกต่างจาก 3 กลุ่มแรกอย่างสิ้นเชิงเพราะผู้ที่ตัดสินใจและจ่ายเงินมีหลายฝ่ายมาเกี่ยวข้อง ต้องมีการเสนองานให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ชัดเจน โดยทางผู้ที่มีส่วนตัดสินใจหลัก อาจเป็นได้ ตั้งแต่ ผู้บริหาร ,  แผนก HR , แผนก Marketing และเน้นเรื่องของผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับคนจำนวนมากในองค์กร
——————————————-
การเลือกและแบ่งกลุ่มลูกค้านั้น ในทางการตลาดเราจะแบ่งกลุ่ม ลูกค้าจากความต้องการของพวกเขา
คือถ้าเราหาได้ว่าเขามีความต้องการบางอย่างที่เหมือนกันเราจะจัดพวกเขาไว้ในกลุ่มเดียวกัน
และทำกลุ่มใหม่เมื่อเราค้นพบความต้องการที่แตกต่าง
เพื่อให้การทำการตลาดเป็นไปในทิศทางเดียวกันสำหรับแต่ละกลุ่ม
 
จากตัวอย่างของการแบ่งกลุ่มลูกค้าของเรา น่าจะทำให้คุณพอจะจินตนาการได้ว่า
คุณไม่สามารถให้สิ่งเดียวกันแล้วพวกเขาจะต้องการได้
 
ซึ่งก็ตรงกับวิธีคิดแบบ BMC  คือการแบ่งกลุ่มลูกค้าจาก คุณค่าที่ส่งมอบ หรือ สิ่งที่ทำให้เค้าซื้อ
ซึ่งเราจะส่งมาให้คุณได้ศึกษาต่อในตอนต่อไปกับ ช่องที่ 2 ของ BMC คือ เรื่อง Value Proposition ในครั้งถัดไปนะคะ
สำหรับวันนี้ ลองไปทำการบ้านกับ ช่องแรก อันทรงพลัง ของ BMC กันก่อนนะคะ
ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ … ร้อยละ 99 ของ SMEs ที่น้ำโค้ชมักจะไม่สามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เค้าไปต่อกับองค์ประกอบอื่นที่เชื่อมโยงกันทางธุรกิจอย่างผิดทิศทาง
แค่แก้ช่องนี้ได้ช่องเดียว หลายท่านเพิ่มกำไรเกินกว่า 200% และลดต้นทุนไปได้กว่า 80%
เหมือนกับคำที่ว่า ทุกอย่างเริ่มจากการติดกระดุมเม็ดแรก นั่นล่ะค่ะ
เพราะงั้น น้ำอยากให้คุณใช้เวลาในการลิสและแบ่งกลุ่มลูกค้าของคุณอย่างจริงจังนะคะ !!
 
สำหรับท่านที่สนใจจะศึกษาเพิ่มเติมร่วมกับเพื่อนๆ ที่จะมาช่วยกันคิด เรามีคอร์สเรียนให้คุณได้เข้าใจเครื่องมือนี้ และนำไปใช้งานได้จริงกับธุรกิจคุณ
 
สำหรับท่านที่เป็นเจ้าของธุรกิจ เราขอแนะนำ
 
 
ส่วนท่านที่อยากคุยกับเพื่อนๆ ที่มีความสนใจในเรื่องนี้เหมือนกันก็เพียงแค่ ทักไลน์ของเรามาที่
LINE ID : @bmcthai
และแจ้งว่า “ขอเข้ากลุ่ม”
เรามีกลุ่ม LINE เฉพาะสำหรับพูดคุยเรื่องธุรกิจกันค่ะ
 
 
แล้วพบกันใหม่ค่ะ
น้ำใส
 
 
Scroll to Top